ปัจจุบันหลายท่านคงมี GPS ติดรถ
กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วและยังมีอีกหลายท่านที่กำลังมองหาอยู่
ดังนั้นการจะเลือกซื้อหา GPS
มาใช้ให้เกิดประโยชน์และมีความเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ
วันนี้เรามีคำแนะนำที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับสมาชิกที่กำลังมองหา GPS ติดตามรถ เพื่อติดรถของท่าน ลองพิจารณาได้เลยโดยจะเริ่มจาก
1. ขนาดหน้าจอ: ปัจจุบันขนาดหน้าขอ 3.5
นิ้วไม่ค่อยเป็นที่นิยม เนื่องจากขนาดที่ค่อนข้างเล็ก
และราคาที่แทบไม่ต่างกับขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า
จึงแนะนำให้เลือกซื้อขนาดหน้าจอ 4.3 หรือ 5.0นิ้ว แต่ขนาด 7.0นิ้ว อาจจะใหญ่เกินไป น่าจะเหมาะกับรถตู้ รถกระบะคันใหญ่ๆ หรือเหมาะจะติดเข้าไปใน Console หน้ารถมากกว่า
2. CUP: ความเร็วของ CPU ที่นำมาใช้ใน GPS Navigator (GPS ติดรถ) ส่วนใหญ่จะมีความเร็วที่ 300, 400, 500 และล่าสุดที่ 600MHz ความเร็ว
300MHz มีผลิตกันน้อยมากๆ แล้วปัจจุบันนี้จะผลิตที่ 400MHz และ PND
รุ่นใหม่ๆ จะผลิตออกมาที่ 500MHz
เพราะแผนที่นำทางในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมีการเล่นภาพ 3D ด้วย ดังนั้นความเร็ว
CPU จึงต้องสูงขึ้น และล่าสุดจะมี CPU ที่ความเร็ว 600MHz
ออกมาแต่ราคาค่อนข้างสูง และแผนที่นำทางต่างๆ
ยังไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วสูงขนาดนั้น จึงยังไม่ค่อยนำมาใช้ใน GPS ติดตามรถ อย่างแพร่หลายนัก (กันยายน 2552) ดังนั้นการเลือกซื้อจึงแนะนำให้ดู CUP ที่มีความเร็วอย่างน้อย 400MHz ขึ้นไป
3. Module: จะเป็น Chipset เมื่อใช้รับข้อมูลจากดาวเทียม GPS
เมื่อมาประมวลผลหาค่าพิกัดที่เราอยู่ ผู้ผลิต Chipset Module
สำหรับรับสัญญาณ GPS มีหลากหลายบริษัท สำหรับ Chipset GPS จาก SiRF
จะแบ่งเป็น 3 รุ่นหลักๆในปัจจุบันคือ
- SiRFatlasIII มีความเร็ว 400MHz ใช้ Module SiRF 3 จับสัญญาณดาวเทียมได้ 30 ดวง ตัวนี้ปัจจุบันผู้ผลิตเริ่มเปลี่ยนเป็นตัวที่เร็วกว่าอย่าง SiRFatlasIV แล้ว
- SiRFatalsIV มีความเร็ว 500MHz ใช้ Module SiRF GRF3i+ จับสัญญาณดาวเทียมได้ 64 ดวง แนะนำให้เลือกซื้อความเร็วขนาด 500MHz เป็นอย่างน้อย เพื่อให้เล่นแผนที่ได้ไม่สะดุด
- SiRFtitan มีความเร็ว 600MHz ใช้ Module
SiRF GRF3i+ จับสัญญาณดาวเทียมได้ 64 ดวง ตัวนี้จะใช้ Module
เดียวกับรุ่นก่อนหน้า แต่ความเร็วจะเพิ่มขึ้น
ผู้หลิตยังไม่ค่อยนำมาใช้แพร่หลายนัก สำหรับท่านที่ซื้อGPS ติดรถที่ไม่ได้ใช้ Chipset ของ SiRF แนะนำให้ดูความเร็วของ CPU และความสามารถของ Module ว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้กี่ดวง
4. RAM: เนื่องจาก GPS Navigator (GPS ติดรถ) จะใช้ Program พร้อมๆกันอย่างมาก 1-2 ตัวเท่านั้น ดังนั้นขนาดของ RAM
อาจจะไม่ค่อยสำคัญนัก ส่วนมากจะใส่มาให้ 64-128MB
ถือว่าเพียงพอแต่แนะนำให้เป็น DDR Ram เพราะ SD RAM จะส่งข้อมูลได้ช้ากว่า
DDR Ram
5. Functions เสริม: Programs เสริมหลักที่ติดมาให้กับ GPS Navigator ที่ใช้ OS
เป็น WindowsCE นั้น ส่วนใหญ่จะใช้ดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นเกมส์ หรือ
เปิดfile เอกสาร ซึ่งอาจไม่ค่อยได้นำมาใช้จริงเท่าไร ส่วน Function เสริม
FM Transmitter จะมีติดมากับ GPS Navigator บางรุ่น และจะมี bluetooth
ที่มีไว้เชื่อมต่อกับมือถือเพื่อไว้รับโทรศัพท์ขณะขับรถ ราคาเครื่องที่มี
Bluetooth จะแพงขึ้น 400-500 บาทจากรุ่นปกติ
ให้พิจารณาความต้องการของเรากับ Functions
เสริมเหล่านี้ว่านอกจากการนำทางแล้วเราต้องการอะไรเสริมจากนั้นอีกหรือไม่
ลองพิจารณาดู
ที่มา: TEENEE.COM
วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
ไมโครเวฟสำหรับทอดแบบไร้น้ำมัน เทรนด์อาหารสุขภาพดีแห่งอนาคต
ถ้า
พูดถึงอาหารทอดหลายคนคงนึกถึง ลูกชิ้นทอด ไก่ทอด ทอดมัน เฟรนฟราย ฯลฯ
แต่ภาพต่อไปที่จะตามมาก็คือภาพของน้ำมันที่เยิ้มๆ
เพาะการทำอาหารทอดนั้นเราจะต้องใช้มันมาก
และถ้าน้ำมันไม่สะอาดก็ส่งผลต่อรสชาติและสุขภาพได้
แต่จะให้ไม่กินเลยคงทำไม่ได้กันแน่นอน แล้วถ้าเราจะทำทานเองที่บ้านล่ะ
จะทำอย่างไรให้อาหารทอดของเราใช้น้ำมันน้อยที่สุด
ที่สำคัญได้อาหารที่สะอาดและดีต่อสุขภาพของเราด้วย
หลายๆ คน อาจไม่รู้ว่าการทำอาหารทอดนั้น เรายังมีเคล็ดลับดีๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันมากในการทำอาหารทอดก็ได้ วันนี้เรามีเคล็ดลับและตัวช่วยในการทอดอาหารแบบไร้น้ำมันมาแนะนำให้ทุกคนได้ ทำอาหารทอดกันอย่างไร้กังวล
1. อร่อยเท่ากัน แต่ใช้น้ำมันน้อยกว่า
หลายคนคงเคยได้ยิน “เตาทอดไร้น้ำมัน” กันมาบ้างแล้ว แต่อาจสงสัยว่าเตาทอดไร้น้ำมันทำงานอย่างไร? หลักการทำงานของเตาอบไฟฟ้าจะทำความร้อนกับอากาศภายในเตาอบไฟฟ้าให้ร้อนที่สุด เพื่อให้ความร้อนในอากาศทำปฏิกิริยากับตัวอาหาร เปลี่ยนสภาพให้น้ำมันในอาหารเดือดเต็มที่
หลังการทำงานดังกล่าว ทำให้อาหารที่ทอดด้วยเตาทอดไร้น้ำมัน สามารถทอดแค่กรอบได้เท่ากับการทอดแบบแช่น้ำมันเต็มกะทะเช่นกัน แต่อาหารที่ทอดด้วยเตาทอดไร้น้ำมัน อาหารจะไม่มีการอมน้ำมัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารเสียรสชาติเมื่อเย็นตัวลง
2. ไมโครเวฟทอดอะไรได้บ้าง?
คุณทราบหรือไม่ว่า? เราสามารถทำอาหารทอดเกือบทุกอย่างโดยใช้ไมโครเวฟได้ อีกด้วย ไม่ว่าจะเปน ไมโครเวฟทอดไก่, ไมโครเวฟทอดไส้หรอก, ไมโครเวฟทอดเฟรนฟราย, นัตเก็ต, กะหรี่ปั๊บ, เกี๊ยวซ่า และอีกหลายๆ อย่างที่เราจะนึกออกได้ ซึ่งตัวอย่างอาหารที่สามารถทอดได้ด้วยไมโครเวฟนั้น เรียกว่าเป็นอาหารทอดยอดฮิตที่ทุกคนชอบทานกันนั่นเองครับ
3. Slim Fly เอกสิทธิ์การทอดไร้น้ำมันเฉพาะ Samsung เท่านั้น
เทคโนโลยีการทอดแบบไร้น้ำมันปกติ มักมีข้อจำกัดเรื่องขนาดเตาอบที่ ทอดอาหารชิ้นใหญ่ไม่ได้ ทำให้อาหารที่ทอดเสร็จเหมือนไม่ได้ทอด หรือทอดแล้วไม่ได้รสสัมผัสที่ดีพอ ระบบ Slim Fly ใน Samsung รุ่น MC32F606 สามารถทอดอาหารได้ดีเท่าการทอดแบบปกติ ความจุของเตาอบที่ใหญ่พอสำหรับการทอดไก่ชิ้นใหญ่ๆ โดยที่ไก่ที่ได้จะกรอบทั้งชิ้นโดยทั่วถึง
การ
ทอดแบบไร้น้ำมันถือเป็นทางเลือกที่ช่วยให้อาหารทอดสะอาด น่าทานมากขึ้น
ที่สำคัญเราต้องเลือกอุปกรณ์ในการประกอบอาหารที่มีคุณภาพและดีต่อสุขภาพของ
เราด้วย แต่การทานอาหารทอดบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องดีกับสุขภาพเท่าไหร่นัก
ฉะนั้นแล้ว ควรรับประทานแต่พอเหมาะพอควรนะครับ
หลายๆ คน อาจไม่รู้ว่าการทำอาหารทอดนั้น เรายังมีเคล็ดลับดีๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันมากในการทำอาหารทอดก็ได้ วันนี้เรามีเคล็ดลับและตัวช่วยในการทอดอาหารแบบไร้น้ำมันมาแนะนำให้ทุกคนได้ ทำอาหารทอดกันอย่างไร้กังวล
1. อร่อยเท่ากัน แต่ใช้น้ำมันน้อยกว่า
หลายคนคงเคยได้ยิน “เตาทอดไร้น้ำมัน” กันมาบ้างแล้ว แต่อาจสงสัยว่าเตาทอดไร้น้ำมันทำงานอย่างไร? หลักการทำงานของเตาอบไฟฟ้าจะทำความร้อนกับอากาศภายในเตาอบไฟฟ้าให้ร้อนที่สุด เพื่อให้ความร้อนในอากาศทำปฏิกิริยากับตัวอาหาร เปลี่ยนสภาพให้น้ำมันในอาหารเดือดเต็มที่
หลังการทำงานดังกล่าว ทำให้อาหารที่ทอดด้วยเตาทอดไร้น้ำมัน สามารถทอดแค่กรอบได้เท่ากับการทอดแบบแช่น้ำมันเต็มกะทะเช่นกัน แต่อาหารที่ทอดด้วยเตาทอดไร้น้ำมัน อาหารจะไม่มีการอมน้ำมัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารเสียรสชาติเมื่อเย็นตัวลง
2. ไมโครเวฟทอดอะไรได้บ้าง?
คุณทราบหรือไม่ว่า? เราสามารถทำอาหารทอดเกือบทุกอย่างโดยใช้ไมโครเวฟได้ อีกด้วย ไม่ว่าจะเปน ไมโครเวฟทอดไก่, ไมโครเวฟทอดไส้หรอก, ไมโครเวฟทอดเฟรนฟราย, นัตเก็ต, กะหรี่ปั๊บ, เกี๊ยวซ่า และอีกหลายๆ อย่างที่เราจะนึกออกได้ ซึ่งตัวอย่างอาหารที่สามารถทอดได้ด้วยไมโครเวฟนั้น เรียกว่าเป็นอาหารทอดยอดฮิตที่ทุกคนชอบทานกันนั่นเองครับ

เทคโนโลยีการทอดแบบไร้น้ำมันปกติ มักมีข้อจำกัดเรื่องขนาดเตาอบที่ ทอดอาหารชิ้นใหญ่ไม่ได้ ทำให้อาหารที่ทอดเสร็จเหมือนไม่ได้ทอด หรือทอดแล้วไม่ได้รสสัมผัสที่ดีพอ ระบบ Slim Fly ใน Samsung รุ่น MC32F606 สามารถทอดอาหารได้ดีเท่าการทอดแบบปกติ ความจุของเตาอบที่ใหญ่พอสำหรับการทอดไก่ชิ้นใหญ่ๆ โดยที่ไก่ที่ได้จะกรอบทั้งชิ้นโดยทั่วถึง

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
แบบบ้านปัจจัยหลักของการสร้างบ้าน บริษัทรับออกแบบบ้านรับสร้างบ้านราคาถูก
“บ้าน” ควรจะสร้างเพื่อความสุขตามอัตภาพของผู้อยู่อาศัย และความเป็นมนุษย์คือการได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ได้สัมผัสธรรมชาติ และได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ในการออกแบบบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญในการนำมาพิจารณา บ้านที่ดีควรจะมีลัษณะอย่างไร? คำ ถามนี้สำหรับบางคนอาจจะตอบได้อย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องคิดเลยว่า บ้านที่ดีควรจะเป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่โต ออกแบบไว้อย่างหรูหรา และมีราคาแพง อันที่จริงคำตอบเช่นนี้ก็คงมีส่วนถูกอยู่บ้างสำหรับบางมุมมองหรือสำหรับบาง คน แต่คงไม่ถูกต้องเสมอไปสำหรับทุกๆ คน เพราะบ้านหลังใหญ่ก็ย่อมจะมีปัญหาด้านการดูแลรักษาเป็นธรรมดา บ้านที่หรูหราเกินไปอาจจะไม่ตรงกับรสนิยมของบางคน ซ้ำร้ายยังอาจเป็นเครื่องล่อตาล่อใจบรรดาโจรขโมยได้เป็นอย่างดี ส่วนบ้านที่มีราคาแพงก็อาจจะเกิดจากผู้ขาย หรือผู้รับเหมาต้องการกำไรสูงๆ มากกว่าการที่จะได้บ้านดีสมราคาก็เป็นไปได้เช่นกัน ถ้าเช่นนั้นแล้วบ้านที่ดีควรจะเป็นอย่างไร บ้านแบบไหนจึงจะเรียกได้ว่าเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุกๆ คน โดยไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เรามาลองพิจารณาถึงคุณลักษณะของบ้านที่คิดว่าน่าจะเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุกๆ คน แล้วลองถามตนเองดูว่าเห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่
บ้านที่ดีจะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะพื้นฐานอย่างน้อย
4 ประการ ดังต่อไปนี้
1. มีความสวยงามเรียบร้อย
2. มีความมั่นคงแข็งแรง
3. ให้ประโยชน์ใช้สอยได้ดี
4. บำรุงรักษาง่าย
จากคุณลักษณะทั้ง
4 ประการดังกล่าว จะเห็นได้ว่าบ้านที่ดีอย่างน้อยควรมีลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการพื้นฐานของคนทั่ว
ๆ ไป คือ สามารถให้ความสุข และความสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัยโดยมิได้ขึ้นกับ ขนาด
ความหรูหราหรือ ราคาเท่านั้น เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะก่อให้เกิดความสุข
และความพอใจแก่ผู้อยู่อาศัยได้เสมอไป และการที่คุณลักษณะของบ้านที่ดีทั้ง 4
ประการนี้ จะเกิดขึ้นได้นั้นย่อมต้องเริ่มจากขั้นตอนการปลูกสร้างบ้านอย่างมีคุณภาพ
แล้วทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างบ้านที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้บ้าน
ที่ดีตามคุณลักษณะข้างต้นได้ เรามาลองพิจารณาถึงองค์ประกอบที่สำคัญอันจะส่งผลต่อคุณภาพของบ้าน
คุณภาพของบ้านจะต้องเกิดจากองค์ประกอบที่สำคัญ
4 ประการดังนี้
1. การออกแบบบ้าน
2. การเลือกใช้วัสดุ
3. ขั้นตอน และกรรมวิธีการปลูกสร้าง
4. ฝีมือช่าง
การออกแบบบ้านนั้นมีตัวแปรสิ่งที่จำเป็นต้องคำนึงถึง
และข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นหลักคือ
- ประโยชน์ใช้สอย (Function)
- วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง (Material)
- สภาพแวดล้อมคือภูมิอากาศ
และภูมิประเทศ (Environment)
ตัวแปรเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบบ้าน จะ
เห็นได้ว่าตัวแปรที่กล่าวข้างต้นต่างเป็นส่วนหนึ่ง
ที่นำมาคำนึงถึง เพื่อสร้างสภาวะ
ที่เหมาะสมสำหรับผู้อยู่อาศัยภายในบ้านทั้งสิ้น
ตัวแปรเหล่านี้สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาวะที่เหมาะสม
ทั้งที่สามารถ มองเห็น และสัมผัสได้ทันที คือ
ห้องที่เหมาะสมทั้งตำแหน่งที่ตั้ง
ขนาด สภาพของภายใน ตลอดจนความสวยงาม ที่เป็นรูปธรรม ส่วนสภาวะที่เหมาะสม
ที่ไม่สามารถมองเห็นนั้น เป็นสภาวะที่สัมผัสได้
และมีอิทธิพลต่อพวกเราอย่างมาก คือ
สภาวะของ ความเหมาะสม ที่ทำให้ร่างกายรู้สึกสบาย
เราไม่สามารถกำหนดหรือบอกได้เป็น อุณหภูมิใดอุณหภูมิหนึ่ง
(Temperature) เท่านั้น ยังมีความชื้นสัมพัทธ์
(Relative Humidity) ความเร็วลม (Velocity) และอื่น
ๆ ที่มีส่วนสัมพันธ์ในการสร้างสภาวะน่าสบาย (Comfort Zone) ให้เกิดขึ้นได้
เราสามารถสังเกตได้จาก เรือนไทย ไม่ว่าจะเป็นเรือนโบราณ หรือเรือนไทยในปัจจุบัน
เรามักจะสัมผัสได้ อย่างชัดเจนว่า เราจะรู้สึกเย็นสบาย ถึงแม้ว่า อุณหภูมิรอบตัว
หรือ สภาพแวดล้อมในขณะนั้นจะไม่ได้อยู่ในสภาวะน่าสบายก็ตาม
ข้อดีข้อเสียของการซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง และบ้านสั่งสร้าง
การซื้อบ้านมีหลายแบบทั้งที่สร้างเสร็จแล้ว
และยังไม่ได้สร้าง โดยผู้ที่สนใจจะสร้างบ้านเองนั้นก็ต้องมองหาบริษัทรับออกแบบบ้านเพื่อให้ออกแบบบ้านตามที่เราต้องการและที่สำคัญจะมุ่งเน้นถึงเรื่องราคาและการสร้างบ้านที่มีคุณภาพอีกด้วย
เพราะบ้านนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญของครอบครัวอย่างมาก ซึ่งการซื้อบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ
เราสามารถผ่อนดาวน์บ้าน จ่ายเป็นงวดๆ
จนถึงงวดสุดท้ายคือวันตรวจรับโอนบ้านเป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมเข้าอยู่ เงินดาวน์
ค่างวดและระยะเวลาการสร้างแล้วแต่ละโครงการเป็นผู้กำหนด
บ้านที่สร้างเสร็จแล้วสามารถเข้าอยู่ได้เลย แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนแบบบ้านได้เนื่องจากทำไว้สำเร็จแล้ว
ซึ่งมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้
การซื้อบ้านสั่งสร้าง หรือบ้านที่ยังไม่ได้สร้าง
ข้อดี
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อไม่มากนัก
เพราะมีระยะเวลาผ่อนนานกว่าบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว สามารถผ่อนชำระเป็นงวดๆ
ซึ้งทำให้มีบ้านเป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้นและสามารถเลือกบริษัทรับออกแบบบ้านได้ตามต้องการเพื่อให้สร้างบ้านราคาประหยัดในฝันของคุณได้ดั่งใจ
ข้อเสีย
- ความเสี่ยงที่บ้านจะสร้างไม่เสร็จ หรือล่าช้า
ดังนั้น ผู้ซื้อต้องเลือกโครงการที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพ และต้องตกลงทำสัญญารายละเอียดข้อสัญญาที่ใช้ในการซื้อขาย
ต้องความรัดกุมและรอบคอบ
- ไม่สามารถเข้าอยู่ได้ทันที
ต้องรอให้บ้านสร้างเสร็จตามสัญญาที่ทำไว้กับโครงการ
บ้านใหม่ที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่
ข้อดี
- ซื้อแล้วสามารถเข้าอยู่ได้เลย สามารถตัดสินใจซื้อบ้านได้ทันที
- ซื้อแล้วสามารถเข้าอยู่ได้เลยไม่ต้องรอสร้างเสร็จ
- มั่นใจว่าได้บ้านแน่นอน
เพราะสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ข้อเสีย
- ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแบบบ้านและที่ตั้ง เพราะทุกอย่างดำเนินการไว้พร้อมแล้วรอเพียงการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเท่านั้น
- ไม่สามารถเลือกวัสดุก่อสร้าง สี
รูปแบบให้ตรงตามที่ต้องการของผู้ซื้อได้ เนื่องจากออกแบบบ้านและก่อสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งอาจไม่ไม่ตรงความต้องการในบางส่วนดังนั้นผู้ประกอบการต้องมีการสำรวจความต้องการของผู้ซื้อบ้าน
เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงแบบบ้านให้ตรงใจผู้ซื้อมากที่สุ
- เหมาะกับผู้ซื้อต้องมีเงินในการผ่อนชำระในระยะสั้น
ซึ่งเป็นเงิจำนวนมาก เนื่องจากจะมีระยะเวลาการชำระเงินดาวน์เป็นจำนวนสั้นๆ
บ้านมือสอง
บ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ไม่เฉพาะบ้านใหม่อย่างเดียว
ยังรวมตลาดบ้านมือสองด้วย ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ หลายราคา หลายทำเล
ข้อดี
- ราคาค่อนข้างถูกกว่าบ้านใหม่
ผู้ซื้อสามารถต่อรองราคาตามสภาพบ้านได้อีกด้วย
ข้อเสีย
บ้านมือสองที่มีอายุมาก
อาจมีปัญหาเรื่องการชำรุด ซึ่งถ้าซื้อต้องเสียค่าซ่อมแซมในภายหลัง
ดังนั้นควรมีการต้องรองราคากับผู้ขายให้ลดให้เนื่องจากต้องใช้ในการซ่อมแซม
ในการซื้อบ้านต้องพิจารณาความต้องการของตัวเองเป็นสำคัญ
และกำลังเงินในการซื้อหากเราต้องการเข้าอยู่เลยสามารถซื้อบ้านที่สร้างสำเร็จแล้วได้
หากเราสามารถรอได้ และต้องการปรับเปลี่ยนแบบบ้านให้ตรงกับความต้องการของเรา เราก็สามารถเลือกบริษัทรับสร้างบ้านราคาถูกได้ พื่อให้บริษัทสร้างบ้านได้สร้างบ้านราคาประหยัดของเราได้ตามงบประมาณและได้บ้านตามที่เราต้องการ
และยังผ่อนได้ในระยะยาวความเลือกซื้อบ้านสั่งสร้าง
หรือใครที่ต้องการบ้านให้เลือกหลากหลายควรซื้อบ้านมือสอง
วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557
GPS Navigator คืออะไร..ตรวจสอบเส้นทางจราจรด้วยเครื่องจีพีเอสนำทาง
GPS Navigator คือ ระบบนำทางซึ่งในปัจจุบันเราจะพบมากทั้งในมือถือ PDA หรือแม้กระทั่งในรถยนต์ที่มีการเสริมในส่วนของระบบนำทางเข้าไป ซึ่งระบบ GPS Navigator นั้น โดยทั่วไปจะมีวิธีการเหมือนกัน ดังนี้
ระบบ GPS Navigator นั้น จะใช้ดาวเทียมในการส่งค่าเพื่อคำนวณตำแหน่งและพิกัดโดยใช้ตัวรับสัญญาณ GPS เพื่อเป็นการบอกตำแหน่งที่อยู่บนพิกัดโลก ซึ่งใช้ในการคำนวณจากตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งจะใช้งานร่วมกับ “ระบบแผนที่” โดยการใช้วิธีจับคู่ตำแหน่งต่างๆ ที่อ่านได้จากดาวเทียมกับค่าพิกัดในระบบแผนที่ ทั้งนี้อาจอาศัยเซ็นเซอร์อื่นๆ ช่วยในการคำนวณระยะทางที่เดินทางได้แน่นอนขึ้น
ระบบแผนที่
ระบบแผนที่ คือ แผนที่ที่ใช้ในระบบนำทางหรือ GPS Navigator ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานอย่างเป็นทางการส่วนใหญ่แผนที่ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปจะมาจาก 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ คือ แผนที่จากบริษัทนาฟเทค (NavTeq) และจากบริษัทเทเลเอตลาต (Tele Atlas) แต่นอกจาก 2 บริษัท นี้ก็ยังมับริษัทอื่นๆ อีก แต่ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากข้อมูลของแผนที่แต่ละประเทศมีขนาดข้อมูลมหาศาลและใช้เนื้อที่ในการ เก็บขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลทุกอย่างที่เพื่อใช้ในซอฟต์แวรฺ์ของระบบนำร่องได้ จึงได้มีการนำข้อมูลแผนที่นั้นมาทำการจัดเรียงใหม่เพื่อความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในเรื่องขนาดของแผนที่ ที่ต้องนำไปใช้ตลอดจนความรวดเร็วในการเข้าอ่านและประมวลผลข้อมูล
โดยในยุคสมัยนี้เมื่อมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขึ้น สิ่งที่อำนวยความสะดวกก็มักจะล้ำสมัยขึ้น ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่ามีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอย่างมากมาย โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเครื่องมือการสื่อสาร เวลาที่เราจะเดินทางไปไหนเราก็มักจะใช้เครื่องมือสื่อสารเป็นตัวช่วยอยู่ เสมอ ที่สำคัญเมื่อเราจะเดินทางนั้นเราก็ต้องรู้เส้นทางในการเดินทาง แต่คงไม่มีใครอยากขับรถไปดูแผนที่ในมือถือหรือหยิบแผนที่ขึ้นมากางหรอกจิง ไหม? เพราะในยุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยีไปแล้ว ทุกคนจึงต่างหาจีพีเอสนำทางเพื่อติดรถยนต์ของตัวเองเพื่อช่วยในการนำทางและตรวจสอบเส้นทางจราจรก่อนเดินทาง ที่สำคัญเมื่อท่านมีจีพีเอสนำทางแล้ว ไม่เพียงแค่นำทางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จีพีเอสนำทางของท่านจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ท่านได้อีกด้วยเมื่อท่านติดอุปกรณ์เสริมกล้องติดรถยนต์เพื่อไว้ใช้เป็นหลักฐานในกาเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย เห็นไหมว่าจีพีเอสนำทางมีประโยชน์มากมายแค่ไหน สำหรับท่านใดที่สนใจเครื่องจีพีเอสนำทาง ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.GPSsociety.com
ระบบ GPS Navigator นั้น จะใช้ดาวเทียมในการส่งค่าเพื่อคำนวณตำแหน่งและพิกัดโดยใช้ตัวรับสัญญาณ GPS เพื่อเป็นการบอกตำแหน่งที่อยู่บนพิกัดโลก ซึ่งใช้ในการคำนวณจากตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งจะใช้งานร่วมกับ “ระบบแผนที่” โดยการใช้วิธีจับคู่ตำแหน่งต่างๆ ที่อ่านได้จากดาวเทียมกับค่าพิกัดในระบบแผนที่ ทั้งนี้อาจอาศัยเซ็นเซอร์อื่นๆ ช่วยในการคำนวณระยะทางที่เดินทางได้แน่นอนขึ้น
ระบบแผนที่
ระบบแผนที่ คือ แผนที่ที่ใช้ในระบบนำทางหรือ GPS Navigator ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานอย่างเป็นทางการส่วนใหญ่แผนที่ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปจะมาจาก 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ คือ แผนที่จากบริษัทนาฟเทค (NavTeq) และจากบริษัทเทเลเอตลาต (Tele Atlas) แต่นอกจาก 2 บริษัท นี้ก็ยังมับริษัทอื่นๆ อีก แต่ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากข้อมูลของแผนที่แต่ละประเทศมีขนาดข้อมูลมหาศาลและใช้เนื้อที่ในการ เก็บขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลทุกอย่างที่เพื่อใช้ในซอฟต์แวรฺ์ของระบบนำร่องได้ จึงได้มีการนำข้อมูลแผนที่นั้นมาทำการจัดเรียงใหม่เพื่อความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในเรื่องขนาดของแผนที่ ที่ต้องนำไปใช้ตลอดจนความรวดเร็วในการเข้าอ่านและประมวลผลข้อมูล
โดยในยุคสมัยนี้เมื่อมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขึ้น สิ่งที่อำนวยความสะดวกก็มักจะล้ำสมัยขึ้น ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่ามีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอย่างมากมาย โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเครื่องมือการสื่อสาร เวลาที่เราจะเดินทางไปไหนเราก็มักจะใช้เครื่องมือสื่อสารเป็นตัวช่วยอยู่ เสมอ ที่สำคัญเมื่อเราจะเดินทางนั้นเราก็ต้องรู้เส้นทางในการเดินทาง แต่คงไม่มีใครอยากขับรถไปดูแผนที่ในมือถือหรือหยิบแผนที่ขึ้นมากางหรอกจิง ไหม? เพราะในยุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยีไปแล้ว ทุกคนจึงต่างหาจีพีเอสนำทางเพื่อติดรถยนต์ของตัวเองเพื่อช่วยในการนำทางและตรวจสอบเส้นทางจราจรก่อนเดินทาง ที่สำคัญเมื่อท่านมีจีพีเอสนำทางแล้ว ไม่เพียงแค่นำทางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จีพีเอสนำทางของท่านจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ท่านได้อีกด้วยเมื่อท่านติดอุปกรณ์เสริมกล้องติดรถยนต์เพื่อไว้ใช้เป็นหลักฐานในกาเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย เห็นไหมว่าจีพีเอสนำทางมีประโยชน์มากมายแค่ไหน สำหรับท่านใดที่สนใจเครื่องจีพีเอสนำทาง ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.GPSsociety.com
วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557
8 ข้อควรรู้ ก่อนทำประกันชีวิต
ประกันชีวิตนั้นถือเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเรามั่นคงเพื่อที่จะวางแผนให้กับอนาคตของตัวเอง
และในปัจจุบันนี้ประกันชีวิตก็ไม่ได้มีราคาแพงเหมือนเมื่อก่อนและมีตัวเลือกให้เราได้เลือกสรรมากมาย
วันนี้เรานำเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำ เพื่อที่จะได้เลือกที่ทำประกันชีวิตให้เหมาะสมกับตัวของคุณ
1. กำหนดค่าคุ้มครองที่คุณต้องการ ควรที่จะคิดถึงความต้องการที่คุณจำเป็นจะต้องใช้ประกันชีวิตมากเท่าไหร่ ทำประกันชีวิตแล้วมันคุ้มค่าไหม? เพราะมันดีเสมอถ้ามีความคุ้มครองที่ครอบคลุม แต่พิจารณาถึงข้อเสนอที่ดีและมีเหตุผล ลองคิดถึงภาระหน้าที่และการเงินของตัวคุณ
รวมไปถึงครอบครัวด้วย และควรทำกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ครอบคลุมเงินเดือนประจำปีของคุณเป็นเวลา
อย่างน้อย 20 ปี ถ้าคุณมีลูกที่ต้องส่งเสียเลี้ยงดู
2. ตรวจเช็คสุขภาพของคุณให้ดีก่อนทำประกัน เป็นสิ่งที่ดีที่เราควรที่จะตรวจเช็คร่างกายก่อนที่จะลงมือทำกรมธรรม์ประกันชีวิต
เพราะถ้าคุณมีสุขภาพที่ไม่ค่อยดีคุณอาจจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ
และอาจจะถูกริดรอนสิทธิอะไรได้ เช่น ถูกลดดอกเบี้ยประกันเป็นต้น
3. รู้จักการเปรียบเทียบ เป็นวิธีที่เหมือนเป็นสิ่งสามัญที่สุดในการซื้ออะไรซักอย่าง
เช่น ซื้อรถ หรือ บ้าน การเปรียบเทียบประกันชีวิตของอีกที่กับอีกที่เป็นสิ่งที่ดี เพราะเราจะได้หาบริษัทประกันที่เหมาะสมกับชีวิตของเราได้
อีกทั้งยังหาผลประโยชน์ที่ดีกว่าให้ชีวิตตัวเองได้อีกด้วย
4. อ่านข้อตงลงและสัญญาให้ถี่ถ้วน เพราะมันอาจจะมีการซ่อนค่าใช้จ่ายในการปรับขั้นอัตราดอกเบี้ยประกันภัยแฝงอยู่
โดยที่ทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน
5. ตามให้ทันนโยบายของบริษัท ต้องแน่ใจว่าผลประโยชน์และนโยบายของบริษัทประกันชีวิตนั้นๆ
ยังตรงกับความต้องการของคุณรึเปล่า มันไม่ผิดถ้าคุณจะซื้อประกันเพิ่ม
เมื่อคุณซื้อรถหรือบ้านหลังใหม่ หรือคุณแต่งงาน
แต่ควรที่จะใช้ประกันที่ครอบคลุมที่สุด
6. อย่าพลาดในการชำระเงิน ในทางที่ดีเราไม่ควรที่จะพลาดการชำระเงินค่าประกันเลยซักครั้งเพื่อประวัติที่ดี
เพราะในบางครั้งการพลาดการชำระเงินเพียงครั้งเดียว เพราะคุณอาจจะต้องเสียดอกเบี้ย
ซึ่งมันไม่คุ้มค่า
7. ทำประกันเมื่อคุณยังมีอายุที่ไม่มาก
ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตเมื่อคุณอายุน้อยกว่าและจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง
ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเมื่อไปทำประกันเมื่อมีอายุมากขึ้น และอาจจะต้องเสียเงินมากขึ้น
8. ศึกษาข้อมูล ถ้าคุณจ่ายเงินทุกๆ เดือนให้กับบริษัทประกันแล้ว
เราก็สามารถที่จะเข้าไปขอข้อมูลได้ ว่าคุณต้องการอะไรซึ่งมันจะทำให้คุณประเมินสถานการณ์ของคุณเองได้
ว่าคุณต้องการประกันแบบไหนเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของคุณ เพราะประกันมีหลายแบบ
ไม่ว่าจะเป็น ประกันเดินทาง ประกันสุขภาพ เป็นต้น
ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทางประกันจะสามารถให้ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้กับคุณได้
ข้อควรรู้ก่อนที่คุณจะเลือกทำประกันชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นอีกทางเลือกของการออม
และยังได้การประกันที่ดูแลคุณตลอดชีวิต ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ
Credit: Sanook
money
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

